

สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นับเป็นเวลากว่า 15ปี ที่สถาบันคีนันแห่งเอเซียได้บริหารโครงการและให้การสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความพยายามทั้งหลายนั้นมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายด้านการพัฒนาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจรายย่อย การเติบโตทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการสาธารณสุข ในภูมิภาค นอกจากนี้ การดำเนินงานของสถาบันคีนันฯ ยังสนับสนุนรากฐานทางความคิดที่ว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดได้ต้องอาศัยระบบกลไกตลาดเสรี ความร่วมมือโดยไร้พรหมแดนของภาคส่วนต่างๆ และทักษะความชำนาญที่เกิดจากประสบการณ์ในการพัฒนา
สถาบันคีนันฯ มีความภูมิใจที่สามารถรักษาความสัมพันธ์อันแนบแน่นจากผู้สนับสนุนหลักนับตั้งแต่สถาบันคีนันฯ เริ่มก่อตั้ง ทั้งจากรัฐบาลไทย องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) กองทุนเพื่อการกุศล วิลเลียม อาร์ คีนัน จูเนียร์ และ Frank Hawkins Kenan Institute of Private Enterprise ณ มหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา
ด้วยแรงบันดาลใจจาก ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งให้เกียรติดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานคนแรกของสถาบันฯ ในปี พ.ศ. 2539 สถาบันคีนันฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างองค์กรในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย โครงการความร่วมมือต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การนำเศษโลหะกลับมาหลอมใหม่ การผลิตชุดตรวจเชื้อเอชไอวีราคาต่ำ การออกแบบโรงบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติซึ่งเกิดจากขยะ และโครงการฝึกอบรมหลากหลายโครงการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านสาธารณสุข การจัดการสิ่งแวดล้อม การบริหารท้องถิ่น และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปี พ.ศ. 2540 ภูมิภาคเอเชียต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเงิน ทีมงานของสถาบันคีนันฯ มีส่วนในการบรรเทาสถานการณ์ โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดการฝึกอบรมให้แก่ผู้ที่ถูกเลิกจ้างงาน ภายใต้โครงการบริษัทอเมริกันเพื่อประเทศไทย (American Corporations for Thailand (ACT)) สถาบันคีนันฯ ได้จัดทำและให้การสนับสนุนทางการเงินและบริหารโครงการกว่า 50 โครงการ มีวิทยากรกว่า 700 คนและผู้เข้ารับการฝึกอบรมกว่า 27,000 คนร่วมโครงการ เพื่อช่วยผู้ถูกเลิกจ้างเหล่านี้ในการหางานใหม่ ปัจจุบัน สถาบันคีนันฯ ยังคงดำเนินโครงการร่วมกับองค์กรอเมริกันหลากหลายแห่งเพื่อพัฒนาโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (Corporate Social Responsibility Projects) ในหลายสาขา เช่น การศึกษา การพัฒนาชุมชน และการพัฒนาผู้ประกอบการ
ในปี พ.ศ.2542 รัฐบาลอเมริกัน ได้คัดเลือกสถาบันคีนันฯ ให้ดำเนินโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศไทยภายใต้ “โครงการเร่งรัดการฟื้นฟูเศรษฐกิจในเอเชีย” (“Accelerating Economy Recovery in Asia”: AERA) จวบจนปัจจุบัน เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่สถาบันคีนันฯ ได้ดำเนินโครงการด้านการพัฒนาหลายรูปแบบ อาทิ การจัดการอบรมด้านการเงินและการธนาคารให้แก่ผู้จัดการธนาคารกว่า 2,000 คน และพนักงานของธนาคารของรัฐอีกกว่า 18,000 คน เชื่อมโยงองค์กรต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาเข้ากับองค์กรต่างๆ ของไทย เพื่อพัฒนาวิธีการปฏิบัติทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือกว่า 30 โครงการที่สนับสนุนด้านมาตรฐานทางการบัญชี การระงับข้อพิพาท การแก้ไขกรณีล้มละลาย การตรวจสอบบัญชีและจริยธรรม การให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกว่า 300 แห่ง รวมถึงโครงการฝึกอบรมด้านการวางแผนธุรกิจ การก่อตั้งและบ่มเพาะธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ และการหากลไกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้มาลาเรียที่ดื้อต่อยารักษาในภูมิภาค
จากความเชี่ยวชาญที่เกิดจากการทำงานภายใต้โครงการ AERA ทำให้สถาบันคีนันฯ ดำเนินโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม โครงการสร้างความตระหนักและการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้า และโครงการด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สถาบันคีนันฯ มุ่งเน้นการสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่อสังคมให้แก่องค์กรเอกชนอเมริกันในประเทศไทย อาทิ จีอี มันนี่ ดาว เคมิคอล และอเมริกันเอ็กเพรส ในปี พ.ศ. 2546 สถาบันคีนันฯ ได้ประสานความร่วมมือกับ Center for Corporate Citizenship at Boston College เพื่อจัดการฝึกอบรมด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้แก่ภาคธุรกิจ ปัจจุบัน สถาบันคีนันฯ ได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมให้องค์กรเอกชนหลายแห่ง อาทิ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ซิตี้ และบริษัท โบอิ้ง
ภายหลังจากเหตุภัยพิบัติสึนามิ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 สถาบันคีนันฯ และ Kenan Institute of Private Enterprise (KIPE) ได้ร่วมกันดำเนินโครงการร่วมใจบรรเทาภัยสึนามิ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 โดยได้รับเงินสนับสนุนอีกจำนวนหนึ่งจากกองทุนเพื่อการกุศล วิลเลียม อาร์ คีนัน จูเนียร์ เพื่อช่วยพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดพังงา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาไปที่ชุมชน 2 ชุมชน ในตำบลลำแก่น และตำบลคึกคัก นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิบุช-คลินตัน องค์กรการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ คณะกรรมาธิการยุโรป บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีในการดำเนินโครงการฯ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการฯ มากกว่า 5,000 ราย
ปัจจุบัน สถาบันคีนันฯ ใช้ความชำนาญและประสบการณ์ต่างๆ ที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 15 ปีในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันคีนันฯ มีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา มากกว่า 40 คน ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาให้แก่โครงการในประเทศลาวและเวียดนาม ในด้านนวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาผู้ประกอบการ การพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจ CSR การสาธารณสุข และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โครงการต่างๆ ในปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมานั้น สถาบันฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากบริษัท และองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนจาก USAID, United States Patent and Trademark Office รัฐบาลไทย UNDEF และองค์กรเอกชน ได้แก่ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซิตี้ และบริษัท โบอิ้ง ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้สนับสนุนการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสถาบันคีนันฯ ในอาเซียน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ภาคเศรษฐกิจ ช่วยเหลือชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในภูมิภาค
งานเลี้ยงเพื่อขอบคุณลูกค้าหลักที่ให้การสนับสนุนสถาบันคีนันแห่งเอเซีย ในโอกาสที่สถาบันคีนันฯ ครบรอบ 15 ปี ของการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554
.jpg)